เจาะธุรกิจ GULF ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ส่งผลให้หุ้น GULF กลายเป็นหุ้นเนื้อหอม ที่โตแบบจรวด ด้วยศักยภาพความแข็งแกร่งของธุรกิจที่มีถึง 28 โครงการเวลานี้
เจาะธุรกิจ GULF ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ช่วงหลายปีมานี้ “หุ้นโรงไฟฟ้า” ถูกให้น้ำหนักมากขึ้นแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เนื่องจากการให้ผลตอบแทนที่สูง และมีการทิศทางการเติบโตอย่างชัดเจน GULF หรือ บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) คือ หนึ่งในหุ้นโรงไฟฟ้ารายใหญ่ ที่เนื้อหอมที่สุดในเวลานี้
นับตั้งแต่เข้าตลาด IPO เมื่อเดือนธันวาคม 2560 ที่ราคา 9 บาท (ปรับราคาตามพาร์ใหม่ที่ 1 บาทแล้ว) ล่าสุดราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปอยู่แถวๆ 35 – 40 บาทเป็นที่เรียบร้อย หรือขึ้นมากกว่า 200% ในเวลาเพียง 2 ปีครึ่ง
นอกจากนี้ GULF เพื่งดีดขึ้นมาทำจุดสูงสุดตลอดกาล (All Time High) ที่ 41.50 บาท เมื่อช่วงเช้าของวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังมีข่าวดีได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจัดหาและค้าส่งก๊าซธรรมชาติ (LNG) จากสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) จำนวน 3 แสนตันต่อปี ทำให้เวลานี้หุ้น GULF กลายเป็นที่จับตามองของนักลงทุนมากทีเดียว วันนี้เราจึงอยากจะพาไปรู้จักธุรกิจของ GULF ให้มากขึ้น เพื่อสาเหตุของการเติบโตของหุ้นตัวนี้กัน

เจาะธุรกิจ GULF ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในไทย
GULF เป็น Holding Company ลงทุนในบริษัทที่ประกอบธุรกิจด้านการผลิตและจำหน่ายไฟฟ้า และธุรกิจอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งมีลูกค้าหลัก คือ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) และกลุ่มลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรมต่างๆ โดยมีโรงไฟฟ้าครอบคลุมทั้งแบบผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายใหญ่ (IPP) ผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) และรูปแบบผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็กมาก (VSPP) รวมทั้งหมด 28 โครงการ ได้แก่

– โครงการ IPP ก๊าซธรรมชาติ จำนวน 2 โครงการ
– โครงการ SPP ก๊าซธรรมชาติ (Cogen) จำนวน 19 โครงการ
– โครงการ VSPP พลังงานแสงอาทิตย์ที่ติดตั้งบนหลังคา (Solar rooftop) จำนวน 4 โครงการ
– โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ จำนวน 2 โครงการ (ประเทศเวียดนาม)
– โครงการ SPP ชีวมวล จำนวน 1 โครงการ
ปัจจุบัน GULF มีกำลังเชิงพาณิชย์ (COD) ในมือเกือบ 12,000 เมกะวัตต์ ซึ่งนับเป็นตัวเลขที่มากที่สุดในประเทศไทยแล้ว
กำลังการผลิตโตก้าวกระโดด
ก่อน GULF จะเข้าตลาด ณ สิ้นปี 2560 พวกเขามีกำลังการผลิตไฟฟ้า 4,700 เมกะวัตต์ แต่หลังจากได้เงินระดมทุนไปกว่า 20,000 ล้านบาท GULF ก็เดินหน้าทำตามแผนที่พูดไว้อย่างชัดเจน ที่จะก้าวขึ้นมาเป็นอันดับ 1 ของผู้ผลิตไฟฟ้าในไทยและภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งก็ทำได้อย่างที่ประกาศไว้จริงๆ จากกำลังการผลิตที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดมาอยู่ที่ 12,000 เมกะวัตต์ พูดง่ายๆ ก็คือ 2 – 3 ปีที่ผ่านมา GULF เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้ามากกว่าเท่าตัวเลยทีเดียว
นอกจากนี้ การที่บริษัทได้รับใบอนุญาตจำหน่ายก๊าซธรรมชาติ LNG จำนวน 3 แสนตันต่อปี ให้แก่โรงไฟฟ้า SPP จำนวน 19 โครงการของกลุ่มบริษัทฯ ตัวเอง ก็ยิ่งทำให้ภาพรวมธุรกิจดูดีขึ้นไปอีก เพราะช่วยลดต้นทุนการผลิตไฟฟ้านั่นเอง
อีกจุดสำคัญที่น่าสนใจของ GULF ก็คือการมีโครงการในมือที่เห็นการเติบโตแบบชัดเจน โดยระหว่างปี 2563 – 2570 บริษัทมีโครงการที่รอ COD อีกถึง 5 โครงการ แบ่งเป็น
โรงไฟฟ้าก๊าซธรรมชาติ Gulf SRC, Gulf PD, Duqm
โรงไฟฟ้าพลังงานทดแทน Gulf Chana Green, Mekong Wind Power
สตอรี่การเติบโตดังกล่าว เป็นสิ่งที่ทำให้ GULF น่าสนใจอย่างมาก และเป็นอัพไซต์สำคัญที่คอยดันราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านนั่นเอง
การเติบโตของรายได้
กำลังการผลิตสูงขึ้นแบบนี้ แล้วในแง่การเติบโตของรายได้ล่ะเป็นอย่างไร ? คำตอบ คือ พุ่งทุกปีไม่แพ้กัน

ปี 2560 รายได้รวม 9,523.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 151.82%
ปี 2561 รายได้รวม 20,229.23 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 112.40%
ปี 2562 รายได้รวม 34,552.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.80%
การที่ GULF มีสัญญาขายไฟฟ้าส่วนใหญ่กับ EGAT คิดเป็นสัดส่วน 87% ของสัญญาขายไฟฟ้าทั้งหมดของบริษัท ทำให้รายได้มีความผันผวนน้อย แม้จะอยู่ในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำก็ตาม
ด้วยศักยภาพแข็งแกร่งของ GULF ที่เห็นการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เข้าตลาด และแนวโน้มในอนาคต ที่เรียกว่าสดใส จึงไม่แปลกว่า ทำไมถึงเป็นหุ้น ที่เนื้อหอมที่สุดแล้วในเวลานี้
อย่างไรก็ดี ห้ามลืมว่าราคาหุ้น GULF ยังคงซื้อขายด้วยมูลค่า (Valuation) ที่ค่อนข้างสูง โดยมี P/E ที่ 120 เท่า ดังนั้นหากใครที่สนใจลงทุน ควรติดตามความเคลื่อนไหวของหุ้นอย่างใกล้ชิด เพราะคงไม่มีประโยชน์ถ้าซื้อ “หุ้นดี” ในราคาที่ “แพงเกินไป”
อ่านข่าวเพิ่มเติม
Add Friend FollowJune 23, 2020 at 08:48AM
https://ift.tt/2Z2zHxN
เจาะธุรกิจ GULF ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย - thebangkokinsight.com
https://ift.tt/3dXvwcw
Bagikan Berita Ini
0 Response to "เจาะธุรกิจ GULF ผู้ผลิตไฟฟ้ารายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย - thebangkokinsight.com"
Post a Comment